มาถึงโครงการที่ผมจับตามานานแล้วกับศึกห้าแยกลาดพร้าว ที่ฝั่งพฤกษาส่งแบรนด์ The Privacy Jatujak มาลงในย่านนี้ เชื่อว่าหลายคนคงอ่านรีวิวจากหลายๆที่กันมาบ้างแล้ว วันนี้ผมจึงขอนำเสนอจากมุมของคำถามทั้งจากตัวผมเองและจากที่ได้ยินคนอื่นๆสงสัยในตัวโครงการนี้มาฝากกันเป็นข้อๆนะครับ
อันนี้เป็นคำถามที่น่าคิดครับ เพราะจริงๆ ทำเลตรงนี้ ใครๆ ก็รู้จักกันดีและเคยสัญจรผ่านไปมา แต่ว่าใครจะเห็นความน่าอยู่ของทำเลตรงนี้ และใครที่จะมาซื้อคอนโดแถวนี้?? อันนี้เป็นสิ่งที่น่าค้นหาคำตอบมากกว่าครับ ซึ่งโครงการที่น่าจับตามองตอนนี้ คือ โครงการ The Privacy Jatujak ที่โปรโมทขายวิวสวนจตุจักร 700 ไร่ และมีทำเลที่ตั้งโครงการตรง “ห้าแยกลาดพร้าว” พัฒนาโครงการโดยค่ายพฤกษาที่หลายคนก็ติดตามและคิดเหมือนผมว่าโครงการนี้ดีจริงหรอ? แล้วพฤกษามาทำเลนี้ตอบโจทย์แล้วใช่ไหม? มาดูกันครับว่า คำถามเหล่านี้จะตอบโจทย์กับทำเล “ห้าแยกลาดพร้าว” ที่คอนโด The Privacy Jatujak ได้อย่างไรบ้าง
1. “ใกล้แต่ไม่ติด” รถไฟฟ้า
ข้อนี้คือเรื่องจริงที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะโครงการห่างจาก MRT พหลโยธินประมาณ 450 เมตร และในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานี ห้าแยกลาดพร้าว สร้างเสร็จ ก็ห่างประมาณ 500 เมตร จริงๆ เดินได้นะครับ แต่คนก็คงอยากได้แบบขาบันไดอยู่หน้าโครงการมากกว่า (ดังนั้นใครมองหาคอนโดติดรถไฟฟ้า แบบหน้าโครงการคือสะพานขึ้นสถานี โปรดข้ามโครงการนี้ไปเลย 555) แต่ถ้าถามตรงๆ มันก็ไม่ไกลที่จะเดินนะครับ อันนี้ลองไปเดินดูกันเองเนอะ และล่าสุดทางโครงการมีเพิ่มบริการ Shuttle Bus รับส่ง MRT พหลโยธิน ก็ช่วยสร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้าอีกหนึ่งทาง (แต่เชื่อผมสิ ถ้าอยู่จริงจนชินเส้นทาง เราจะเลือกเดิน ขี้เกียจรอรถ)
2. เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว ทะลุได้หลายเส้นทาง
ช่วงแรกๆ ที่ผมเห็นที่ตั้งโครงการ ผมก็เกิดคำถามในใจว่า ถ้ามาจากเส้นวิภาวดี มุ่งหน้าสุทธิสาร จะเข้าโครงการทันมั้ย แล้วหากไม่ทันต้องไปกลับรถไกลถึงแยกสุทธิสารรึป่าว จนผมเพิ่งขับมาดูจริงๆการเดินทางสำหรับรถยนต์มันสะดวกนะ เพราะหากเลยโครงการไปตรงซ.วิภาวดี 22 จะมีทางลัดไปออกลาดพร้าว ซ. 8 และ ซ. 10 ซึ่งเป็นทางลัดที่จะเลี้ยวซ้ายกลับมาที่โครงการได้ง่ายครับ ดังนั้นโครงการนี้ทางเข้าโครงการไม่ได้ยากอย่างที่หลายๆ คนรวมถึงผมกังวลด้วยครับ และเอาจริงๆ ถ้าวันทำงานเราเดินทางเข้าเมืองหรือวิ่งไปเส้นดินแดง ตรงนี้คือเลยห้าแยกมาแล้ว ไม่ต้องไปรอรถติดก่อนห้าแยกนะครับ
3. ใกล้ห้างดัง ครบทุกไลฟ์สไตล์ย่านลาดพร้าว
ห้างประจำใจของหลายคน ต้องพูดถึง “เซ็นทรัลลาดพร้าว” เพราะห้างนี้เป็นห้างที่มียอดขายการช้อปปิ้งติด 1 ใน 3 ของเครือเซ็นทรัล แถมเป็นทำเลที่ผู้คนจากหลายมุมของกรุงเทพ แวะผ่านมาช้อปเป็นประจำ ยิ่งมีห้างที่เชื่อมกันอย่าง “ยูเนี่ยนมอลล์” ซึ่งเป็นห้างแฟชั่นสตรีท แหล่งช้อปปิ้งสำหรับคนรุ่นใหม่และพนักงาน First Jobber ยิ่งทำให้ทำเลนี้คือจุดหมายของการช้อปของกรุงเทพที่คึกคักแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ยังไม่รวมห้างใกล้เคียงทั้ง Tesco Lotus และBig C หรือร้านอาหาร คาเฟ่ต่างๆในย่าน ที่รีวิวไปก็คงไม่จบในบทความเดียวแน่ๆ
4. ใกล้สวนจตุจักร ชมวิวสวน 700 ไร่
“สวนจตุจักร” ที่หลายๆ คนรู้จัก คงจะนึกถึงแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่ที่ออกกำลังกายได้ถึง 3 สวนด้วยกัน ซึ่งโครงการ The Privacy Jatujak ชูจุดขายเรื่องของวิว 700 ไร่ด้วย เอาจริงๆวิวไม่ได้เต็มตาเท่า The Line หมอชิต-จตุจักร แต่วิวก็ดีและหลายมุมห้องโดยเฉพาะส่วนกลางนี่เห็นเต็มตามาก และแน่นอนว่าเห็นชัดกว่าคอนโดค่ายอื่นๆ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว
(มาชมวิวทั้ง 4 ทิศกันบ้าง)
ผมว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่วิวดีมากนะครับ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นสวน 700 ไร่ทุกห้องแต่ที่แน่ๆส่วนกลางชั้นบนๆ เห็นแน่นอน
คำถามของหลายคนเลยเมื่อได้ยินชื่อนี้คือ The Privacy คือแบรนด์อะไร คอนโดพฤกษาหรอ จะดีหรอ ไว้ใจได้รึป่าว ? อันนี้คงต้องย้อนความไปตั้งแต่ตอนก่อตั้งแบรนด์นี้ในครั้งแรกที่ทางพฤกษาตั้งใจว่าจะทำเป็นคอนโด Low rise ทำเลในซอย (ลึกมากครับ) และราคาประมาณต่ำล้านจนถึงล้านต้นๆ เหมาะกับคนที่เพิ่งมีเงินเก็บหรือทำงานแรกๆ แล้วอยากได้คอนโดหลังแรกนั่นเองครับ (ถ้าถามผมก็มองว่าเหมือนจะทับซ้อนกับแบรนด์พลัมคอนโด เหมือนกันนะครับ) จากนั้นแบรนด์นี้ก็ค่อยๆ หายไปช่วงนึง อาจจะเพราะตอนแรกทางพฤกษา จะมีการรีแบรนด์และยุบบางแบรนด์ ทำให้ไม่ค่อยได้เห็นแบรนด์นี้กันครับ จนกระทั่งเมื่อประมาณปีที่แล้ว อยู่ดีดีแบรนด์ “ The Privacy” ก็กลับมา แต่มาครั้งนี้ทำให้ผมแปลกใจมาก เพราะกลายร่างเป็นคอนโด High Rise ทำเลติดรถไฟฟ้า จับ Segment 2-3 ล้านบาท สเปกดีขึ้น แต่ยังคงความเป็นแบรนด์ดั่งเดิมอยู่บ้างครับ และลูกค้าก็ยกระดับขึ้นเป็นกลุ่มพนักงานที่ทำงานมาได้สักระยะ หรือประมาณ Junior ครับ โดยตึกสูงที่แรก คือ The Privacy ท่าพระ นั่นเองครับ หลังจากนั่นผมก็ติดตามการเปลี่ยนแปลงของแบรนด์นี้อย่างต่อเนื่อง เพราะผมชอบดูวิวัฒนาการของแต่ละแบรนด์ว่ามีความแปลกใหม่และแหวกแนวไปทางไหนบ้าง จนกระทั่งที่ผมมาเฝ้าติดตาม The Privacy Jatujak นี่แหละครับ ที่ผมต้องพยายามนั่งหาข้อเสียของโครงการนี้เลย เพราะเกินคาดจริงๆ ครับสำหรับโครงการนี้ เอาเป็นว่าเกินคาดอย่างไงมาดูกันต่อครับ
คอนโดราคา 14x,xxx บาท/ตร.ม.ของพฤกษาถูกหรือแพง?
ใช่ครับคอนโดราคา 14x,xxx บาท/ตร.ม. เริ่ม 2.9 ล้านบาท สำหรับพฤกษา คือ คอนโดที่ราคาแพง ในความคิดของหลายๆ คน ตอนแรกผมก็คิดเหมือนกันครับว่า พฤกษาทำไมขายของแพงจัง เพราะเราไปติดภาพแค่ว่า พฤกษา ต้องมาคู่กับของถูก แต่เราลืมนึกไปนะครับว่า มีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้ราคาขายคอนโดขยับขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ไม่ว่าจะเป็น ราคาที่ดิน, การมาของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย, ค่าวัสดุที่ทาง developer ต้องการเพิ่มให้มีมูลค่ามากขึ้นในตัวโครงการ ไม่ว่าจะเป็นสเปกในห้องหรือส่วนกลาง เป็นต้นครับ แต่ถามผมว่าแล้ว คอนโด The Privacy Jatujak ที่มาในราคา 14x,xxx บาท/ตร.ม. หล่ะ อันนี้ถูกหรือแพง ผมจะไม่บอกนะครับว่ามันถูกหรือแพง แต่ผมอยากให้มองว่ามันคุ้มค่าหรือเกินค่ากว่าที่เราจ่ายไปมากกว่าหรือป่าวครับ อันนี้ต้องบอกเลยนะครับ ว่า คุ้มค่า เพราะสเปกของที่โครงการจัดเต็มมาให้ รวมถึงส่วนกลางที่อลังการมากครับ วัสดุแทบจะเป็นหินเกือบทุกอณูและหลากหลายหิน เหมือนโครงการนี้จะหยิบทุกข้อดีที่โครงการอื่นๆ มาใส่ทั้งหมดไว้ที่โครงการนี้ รวมถึงการใส่นวัตกรรมเข้าไป เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ความขี้เกียจของคนในปัจจุบันที่ขอให้ง่ายเพียงแค่คลิ๊กเท่านั้นครับ ถ้าให้ดีต้องลองเทียบราคา 14x,xxx บาท/ตร.ม. กับคอนโดอื่น ในทำเลนี้ จะรู้ว่า ที่นี่ถูกสุดและสเปกดีไม่น้อยไปกว่ากันเลย
เอาจริงๆ นี่เป็นโครงการที่มาชมห้องตัวอย่างแล้วผมถามรายละเอียดกับเซลล์เยอะมาก เพราะคิดว่าโครงการจะมีจุดขายแค่ ส่วนกลาง และความสูงห้อง 2.75 เมตร แต่เปล่าเลยมาดูแล้ว ทุกรายละเอียด ที่นี่ยกความเป็นวัสดุและดีไซน์หรูมาไว้ แม้ทางเจ้าของโครงการจะถ่อมตัวว่าแบรนด์ตัวเองไม่ใช่ Luxury ก็ตาม
อะมาดูกันดีกว่าครับว่าที่ผมชอบและมองว่ามันเกินคาดเกินคุ้มกว่าโครงการอื่นๆ โดยรอบมีอะไรบ้าง
นอกจากที่ผมชื่นชอบมากมากแล้ว มาดูสเปกอื่นๆ ในแต่ห้องกันดีกว่าครับว่าโครงการนี้ปะโครมอะไรลงไปอีกบ้าง ห้องตัวอย่างของสำนักงานจะมีให้ชมอยู่ 3 ห้อง คือ ขนาด 26.50 ตร.ม., 30.50 ตร.ม. และ 53 ตร.ม. ผมขอพูดสเปกแยกตามห้องตัวอย่างที่โครงการเปิดให้ชมนะครับ
1 ห้องนอน 26-27 ตร.ม. แปลนตอนลึก ฟังก์ชั่นลงตัว
ที่ผมชอบก็คือ ตั้งแต่การออกแบบรูปแปลนห้องตอนลึก ส่วนตัวผมมองว่าลงตัวมากครับ โดยเฉพาะห้อง 26.50 ตร.ม. ที่ครัวเป็นแบบปิด ได้พื้นที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่นเต็มฟังก์ชั่น จัดสัดส่วนของฟังก์ชั่นที่ใช้งานมากสุดและบ่อยสุดอย่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น มาดูในส่วนของสเปกภายในห้องที่บอกถึงความ Luxury มากๆ ของห้องกันครับ
>>ห้องนั่งเล่น<<
ความสูงของห้อง 2.75 เมตร และกระจก Full Height ที่กั้นระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น ทำให้เพิ่ม Value ดูแพงเกินราคาใน Segment นี้จริงๆ ครับ
>>ห้องนอน<<
ชอบกระจกห้องนอนแบบลามิเนต แม้จะไม่ Full Height เต็มบาน แต่ความพิเศษคือเป็นแบบลามิเนตกั้นระหว่างกระจก ซึ่งข้อดีของกระจกแบบนี้คือ กันเสียง กันแสงและเวลาแตกไม่ตกลงมาละเอียดแต่แตกเป็นแผ่น เหมาะสำหรับโครงการที่อยู่ใกล้ทางด่วน แม้โครงการจะ Set Back เข้ามาห่างจากทางด่วนประมาณ 100 เมตร เสียงก็อาจจะดังมาถึง แต่กระจกลามิเนตนี้ก็จะป้องกันเรื่องเสียงได้ในระดับนึงครับ และอีกอย่างที่ชอบคือตู้เสื้อผ้ากระจกสีชาดำ ผนังลามิเนตสีเทาเข้ม ให้ความรู้สึกอยู่โครงการราคา 10 ล้านมากครับ ดูแพงดูคูล
>>ครัว<<
ครัว Top หินสังเคราะห์ Qartz มี Gliter เพิ่มความสวยงาม, เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ Franke มาพร้อมไฟชุดครัวและกระจกเงาหลังชุดครัว รวมถึงที่พักจาน ทั้งนี้การดูดควันจากเตาไฟฟ้าจะเป็นแบบที่ปล่อยควันไปตรงระเบียงครับ
>>ห้องน้ำ<<
ที่ชอบมาก คือ กระจกเงาเต็มบานพร้อมไฟใต้กระจกเงา ที่ซ่อนตู้เก็บของไว้ด้านหลัง มีขนาดใหญ่ ทำให้ได้ใช้งานฟังก์ชั่นเกินกว่าแค่เป็นกระจกเงาธรรมดา รวมถึงมีตู้ใต้อ่างอีกด้วย ยังไม่พอที่ตกใจคือ Rain Shower ที่ต้องบอกว่าเคยเห็นโครงการที่ให้แบบนี้เฉพาะโครงการระดับ Luxury หรือโรงแรมระดับห้าดาวเท่านั้น และยังให้ Shower Screen กระจกแบบนิรภัย เรียกได้ว่าห้องน้ำนี้คือจัดเต็มกว่าห้องนอนอีกครับ
ห้องแบบ 1 ห้องนอนอีกห้อง จะเป็นห้องแปลนตอนลึกที่แบ่งฟังก์ชั่นเป็นสามส่วนตามแนวตั้ง ไม่มีห้องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปไหนครับ เข้ามาจะเจอส่วนของห้องครัวและห้องอยู่ส่วนแรก ซึ่งครัวจะเป็นแบบครัวเปิด ส่วนที่ 2 เข้ามาจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างห้องนอนและห้องครัว ส่วนสุดท้ายคือ ส่วนของห้องนอน ที่มีพื้นที่เพิ่มทางด้านขวามือเว้าเข้า ในพื้นที่ส่วนนี้อาจจะทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ตามที่ต้องการได้ ห้องนี้ส่วนตัวผมคงชอบแคพื้นที่อเนกประสงค์กับขนาดพื้นที่ห้องที่ดูกว้างครับ ในส่วนของ Layout ผมชอบห้อง 26-27 ตร.ม. มากกว่าครับ
ความสูงของห้อง 2.75 เมตร และกระจก Full Height ที่กั้นระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น สเปกเหมือน 1 ห้องนอน 26-27 ตร.ม. ครับ อันนี้ไม่มีอะไรพิเศษเพิ่มครับ แค่ปรับ Layout ให้ครัวและห้องน้ำอยู่ด้านหน้า ห้องนั่งเล่นอยู่ตรงกลาง และส่วนสุดท้ายริมในสุดจะเป็นห้องนอน
>>ห้องครัว และ ห้องน้ำ<<
เหมือนห้อง 26-27 ตร.ม. มีเพิ่มเติม Built-in ชั้นวางของด้านบน และหน้าบาน รวมถึงไฟใต้ตู้ขึ้นมาครับ ส่วนห้องน้ำสเปกเดียวกันกับ ห้อง 26-27 ตร.ม.
จุด Hightlight ของห้องขนาด 30-31 ตร.ม. คงจะเป็นพื้นที่เว้าตรงหน้าต่างที่เราสามารถออกแบบพื้นที่ไว้สำหรับนั่งทำงานหรือเปลี่ยนเป็นลง sofa bed ไว้สำหรับนั่งชมวิวยามค่ำคืนได้อย่างสบายครับ
2 ห้องนอน กระจก Full Height สเปกหินอ่อน มาพร้อมอ่างจากุซซี่ วิวสวน700 ไร่
ห้องนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นไม้เด็ดของโครงการนี้เลยหล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นความ Exclusive ที่วางห้องไว้ให้เห็นวิวสวนจตุจักรได้เต็มตา หรือ การที่มี Bathhub ส่วนตัวในห้องน้ำ และมีห้องน้ำถึง 2 ห้องที่เป็นแบบ Washlet แค่ผมกล่าวมาแค่นี้มันก็คือสุดยอดแล้วนะครับ แต่มันมีมากกว่านั้นครับ มาดูกันครับว่า ทำไมผมถึงบอกว่ามันคือไม้เด็ดของโครงการนี้ครับ
>>ห้องนั่งเล่น<<
Space ระหว่างที่นั่งและจอทีวี กว้างดีครับ ไม่แออัดจนเกินไป ติดแค่พื้นที่่ครัวกับห้องนั่งเล่นอยู่ใกล้กัน และไม่ใช่ครัวปิด เวลาทำครัวอาจจะมีกลิ่นมาตรงห้องนั่งเล่นได้ครับ
>> ครัว <<
จุดเด่นของครัว 2 ห้องนอน คือ Top หินเป็นหินอ่อน White Carrara ที่ปกติจะไม่ค่อยเห็นในคอนโด Segment ระดับนี้กันหรอกครับ แต่ที่นี่ก็จัดเต็มให้แบบสุดไม่มีกั๊กของดีเลยครับ จนผมคิดว่าที่นี่คือ คอนโดระดับ Super Luxury หรือป่าว และยังให้เตาไฟฟ้าถึง 4 หลุม พร้อมเครื่องดูดควัน รูปแบบครัวเป็น L-Shape สะดวกสบายเวลาทำครัวครับ
>ห้องนอนใหญ่<<
ความเต็มของห้องนี้ ก็คงเป็นกระจกที่บานเต็มตาและใหญ่พอสมควร ที่จะให้สามารถชมวิวสวนจตุจักรได้ครบ 700 ไร่ครับ รวมถึงตู้เสื้อผ้ากระจกสีชา ที่มีเพิ่มชั้นวางกระเป๋าให้กับคุณได้อีกครับ
>>ห้องนอนเล็ก<<
พื้นที่ห้องนอนเล็ก ไม่เล็กแบบชื่อครับ เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้างและลงตัวครับ
>>ห้องน้ำหลัก<<
อันนี้ชอบสุดครับ เพราะเป็นห้องน้ำที่ล้ำมาก คือ การที่โครงการนำสุขภัณฑ์แบบ Washlet มาใช้ที่ห้องรูปแบบ 2 ห้องนอนนี้ทั้งห้องที่เป็น Master และห้องน้ำ 2 ผมบอกตรงๆ คือ มันเกินราคา Segment 3-5 ล้านแล้วครับ เพราะส่วนใหญ่ผมเห็นราคา 10 ล้านขึ้นหล่ะมั้งที่จะให้ แม้แบรนด์พรีเมี่ยมสุดของพฤกษา ผมยังไม่เห็นเขาจะให้ขนาดนี้เลย โครงการนี้จัดเต็มเกินราคาขายจริงๆ แบรนด์ของสุขภัณฑ์ก็ไม่ใช่ No name ที่ไหนให้แบรนด์ Cotto กันเลยครับ แบรนด์นี้คือดีนะครับ รวมถึงยก Bathhub อ่างจากุซซี่ เข้ามาไว้ที่ห้องน้ำ Master อีก อะไรจะขนาดนั้นครับ แถมอ่างจากุซซี่ยังมีระบบน้ำอุ่นในตัว ไม่ต้องเสียเวลาติดเครื่องทำน้ำอุ่นให้เสียเวลา และมี Feature Pool Bubble ให้เป็นลูกเล่นเวลาลงแช่อ่าง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสปา และยังได้ Take วิวสวนจตุจักรจากห้องน้ำนี้ด้วย เพราะให้กระจกที่ Full Height ในห้องน้ำนี้โดยเฉพาะครับ ผมขอขยายความเรื่องสุขภัณฑ์ แบบ Washlet ของทั้ง 2 ห้องหน่อยนะครับ Hightlight ของห้องน้ำนี้ คือ ระบบ Sensor เปิด-ปิด ฝาโถสุขภัณฑ์ได้เอง รวมถึงกดน้ำทิ้งแบบอัตโนมัติด้วยครับ
>>ห้องน้ำเล็ก<<
เป็นแบบระบบรีโมทสั่งการทำงานติดไว้ตรงผนังห้องน้ำ สามารถปรับอุณหภูมิของที่นั่ง, อุณหภูมิน้ำ หรือแรงดันของน้ำได้
นอกจากนั้นโครงการยังมีห้อง Loft ที่มีเพียงแค่ 18 ยูนิตเท่านั้นที่อยู่ชั้นบนสุดและ Take วิวประจันหน้ากับสวนจตุจักรอีกด้วย รวมถึงให้ความสูงเกือบ 6 เมตร ยอมรับเลยว่าเป็น Loft ที่สูงมากมากที่นึงเลยครับ และ Home Automation ที่เพิ่มเติมให้ห้องนี้คือ ระบบสั่งเปิด-ปิดผ้าม่านได้ครับ และแว่วมาว่าห้อง Loft ขายหมดไปแล้วนะครับ
เห็นไหมครับว่าสเปกของโครงการนี้ ผมต้องยอมรับจริงๆ ว่าโครงการนี้ให้สเปกที่ Luxury จริงๆ เพราะคู่แข่งโดยรอบก็ไม่มีใครให้ขนาดนี้ และถึงแม้ว่าตัวโครงการจะถ่อมตัวว่าตัวเองไม่ใช่แบรนด์ Luxury ก็ตาม เราไปดูส่วนกลางกันต่อว่ามีอะไรเด็ดบ้าง
ส่วนกลางสู้คอนโดอื่นได้หรือไม่ ?
ต้องบอกเลยครับว่าโครงการนี้เขาเพิ่มความ Luxury ให้กับโครงการตั้งแต่ทางเข้าโครงการไปจนถึงชั้นบนสุด Sky Lounge เก็บทุกรายละเอียด ใส่ใจทุก Material ที่ปะโครมลงไปในส่วนกลาง และเป็นมากกว่าแค่ฟังก์ชั่นการใช้งาน เรามาดูกันทีละส่วนที่ผมชอบและมีดีเทลที่ดูหรูครับ
Maingate
Lobby
E-Library
Meeting Room
Co-Working Space
Fitness On Demand
Sky Pool
Sky Lounge
Sky Deck
นวัตกรรม ล้ำแค่ไหน?
โครงการนี้ต้องบอกว่า เขาเอานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใส่ค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่ทางเข้าคอนโดจนถึงห้องพักอาศัยเลยครับ มาดูกันนะครับว่าทางโครงการมีนวัตกรรมใหม่ๆ อะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่าคุ้มค่าเกินราคา
Smart Access
จุด Highlight ของ Digital Door Lock คือ มีระบบ Sensor ที่จะเปิดประตูเอง หากห้องมีอุณหภูมิเกิน 60 องศา กรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้ เื่อป้องกันอันตรายให้ลูกค้านั่นเองครับ เห็นไหมครับว่าเขาใส่ใจการพักอาศัยจริงๆ ครับ
Smart Facilities
Smart Units
ใครควรซื้อ The Privacy Jatujak?
ส่วนตัวตามความคิดของผม ผมมองว่าเหมาะทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งกลุ่มที่อยากซื้ออยู่เองและลงทุนครับ แต่อาจจะให้สัดส่วนของซื้ออยู่เอง มากกว่าลงทุนนะครับ ที่ผมบอกว่าเหมาะกับกลุ่มที่ซื้ออยู่เองมากกว่า เพราะดูจากแนวคิดและความใส่ใจของพฤกษาแล้ว ผมมองว่าเขาลงรายละเอียดอย่างใส่ใจแบบที่ตัวเองไม่ใช่ Developer แต่เป็นคนที่จะเข้ามาอยู่เอง ตั้งแต่การเลือกผู้ออกแบบที่เป็นบริษัท PALMER AND TURNER ซึ่งเป็นผู้ออกแบบชั้นนำ การออกแบบส่วนกลาง, การใส่นวัตกรรมเข้าไป เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ที่จะเข้ามาอยู่อาศัย, Spec หินอ่อนที่ใส่ทั้งส่วนกลางและห้องพักอาศัย, เพดานสูงถึง 2.75 เมตร ที่ทำให้รู้สึกว่าอยู่อาศัยคอนโดหลักสิบล้าน, ส่วนกลางที่เปิดให้บริการ 24 ชม. ทั้ง E-Library และ Meeting Room ซึ่งรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัย และแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ อย่างการเล่น Lighting บน Facade อาคาร ที่ทำให้ที่พักอาศัยไม่ใช่แค่เพียงที่พักอาศัยแต่ยังสามารถอวดเพื่อนได้ในยามค่ำคืนว่าอาคารที่มี lighting สวยงามเป็นคอนโดฉัน ในส่วนของการลงทุน สำหรับผมมองว่า ทำเลตรงนี้ อีก 3 ปีโครงการสร้างเสร็จและรถไฟฟ้ามาถึง ยังไงตรงนี้ก็ขายต่อได้ราคา รวมถึงการปล่อยเช่าให้คนต่างชาติหรือคนไทยที่ต้องการคอนโดในเมือง ใกล้ที่ทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง ห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาล รวมถึงโรงเรียนและมหาวิทยาลัยครับ ดังนั้น โครงการนี้จึงตอบโจทย์ทั้งกลุ่มที่ต้องซื้ออยู่เองหรือแม้กระทั่งลงทุนไม่ว่าจะขายต่อหรือปล่อยเช่าก็ได้กำไรแน่นอนครับ
เอาตรงๆเลย โครงการนี้มีข้อติอะไรบ้าง ?
แน่นอนครับ ถ้าพูดถึงสเปกและส่วนกลางของเขา ก็ต้องยอมรับครับ ว่าดีจริงๆ ดีกว่าคู่แข่งในย่านนี้เกือบทุกโครงการเลยครับ แต่หากพูดถึงข้อเสียก็คงต้องบอกว่าโครงการนี้ก็มีเช่นกันครับ ส่วนตัวผม ผมมองว่าข้อเสียโครงการนี้ คงจะเป็นเรื่องของสีตึกที่ดูไม่ค่อยล้ำเหมือนสเปกและนวัตกรรมที่โครงการให้เท่าไหร่ครับ และหากในราคา 14x,xxx บาท/ตร.ม. สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ Need ทำเลใกล้รถไฟฟ้าและห้าง โครงการนี้ก็ไม่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ หากจะได้แค่สเปกและวิวสวน 700 ไร่ เมื่อเทียบกับเพิ่มเงินขึ้นมาหน่อยก็ได้ทำเลตามต้องการและบางมุมของห้องบางยูนิตของคู่แข่งก็ได้วิวสวนเช่นกัน และแม้ว่าโครงการจะใจดี ให้ Shuttle Bus เพื่อไปส่งที่ MRT พหลโยธิน แล้วก็ตามก็อาจจะช่วยอำนวยความสะดวกได้บ้างแต่พอถึงเวลาการบริหารนิติบุคคลในการรับส่ง ลูกค้าอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มรวมถึงเที่ยวในการจัดส่งจะมีความถี่ที่จะรองรับลูกบ้านได้ตามความต้องการหรือไม่นั่นแหละครับที่จะต้องดูกันอีกทีในอนาคต
…ดังนั้น ผมขอสรุปมุมมองนักสืบอสังหา อีกครั้งดังนี้ครับ….
ความเห็นในมุมนักสืบอสังหา
เอาจริงๆ โครงการนี้ผมอยากให้ทุกคนไปลองสัมผัสดูนะครับ แล้วจะได้ความรู้สึกตามที่ผมเขียน ดังนั้น หากใครสนใจลองลงทะเบียนที่ http://bit.ly/2Co6pBp หรือเยี่ยมชมสำนักงานขายได้ที่โครงการ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ครับ
อีกหนึ่งโครงการ…