“Nirvana BEYOND Rama 2” บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ Nordic Style ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต

“Nirvana BEYOND Rama 2”

บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ Nordic Style ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต

หนึ่งในปัจจัยของการเลือกที่อยู่อาศัยนั้น นอกเหนือจากเรื่องทำเลที่ต้องสะดวกและปลอดภัย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่ต้องครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัวแล้ว สิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรจะมองข้ามเลยก็คือเรื่องของ “รูปแบบดีไซน์บ้าน” นั่นเองครับ

ว่ากันว่า… รูปแบบดีไซน์ของบ้านก็เหมือนหน้าตาของเจ้าของบ้าน!! ดังนั้นเรื่องของดีไซน์รูปแบบบ้านจึงกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หลายคนนำมาประกอบการตัดสินใจในการเลือกบ้าน 

และอีกหนึ่งแบบบ้านที่ได้รับความนิยมคงหนีไม่พ้น “Nordic Style” ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเรามักเจอแบบบ้านนี้ในกลุ่มของ Luxury House และทางโครงการ “Nirvana BEYOND Rama 2” ก็เป็นอีกโครงการที่เตรียมเปิดตัวแบบบ้านเฟสใหม่ Nordic Style เช่นกันครับ

“Nordic Style”
แบบบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ

ซึ่งหากเราลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “Nordic Style” กันนั้น บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่า Nordic Style นั้นมีอีกชื่อเรียกว่า “Scandinavian Style” จะเป็นคำที่ใช้เรียกการแต่งบ้านของคนแถบสแกนดิเนเวียครับ ซึ่งประเทศในแถบนี้จะมีทั้ง Denmark, Norway, Sweden และ Finland ซึ่งได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ หรือที่เรียกกันว่า Organic Form รูปแบบบ้านจะไปในทาง Modern แต่ให้ความนุ่มนวลและเส้นสายที่สวยงามกว่า

โดยแนวคิดหลักของการออกแบบบ้านสไตล์นี้ หลักๆ จะเป็นเรื่องของการเน้นพื้นที่ใช้สอยที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มพื้นที่ มาพร้อมเอกลักษณ์ภายในที่เน้นการตกแต่งด้วยโทนสีขาว สีพาสเทล พื้นไม้สนหรือปูนเปลือย และเน้นการเปิดช่องแสงด้วยหน้าต่างแบบเต็มบาน ซึ่งนี่แหละครับ ที่มาของแบบบ้านเฟสใหม่ของทางโครงการ “Nirvana BEYOND Rama 2” ที่ลงตัวกับผู้ที่มีความทันสมัยอยู่ในตัว แต่ยังคงชอบความ Contemporary Retro นี่จึงเป็นอีกสไตล์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ

“Nirvana BEYOND Rama 2” เปิดตัวแบบบ้านเฟสใหม่
“ผสมผสานความอบอุ่น… Nordic Style

“Nirvana BEYOND Rama 2” บ้านเดี่ยวที่เป็นมากกว่าบ้าน ที่จะเปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิตให้เกิดความแตกต่าง และอยู่อาศัยอย่างลงตัว ทุกฟังก์ชันการใช้งานภายในโครงการนั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ บ้านถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีการจัดวาง MASS & VOID เพื่อสร้างความสวยงามรวมถึงทำให้เกิดประโยชน์ของพื้นที่ใช้สอยอย่างพอดี และล่าสุดนั้นทางโครงการเตรียมเปิดตัวแบบบ้านเฟสใหม่ “Nordic Style” ซึ่งจะมีด้วยกัน 2 Type ดังนี้ครับ…

NORDIC 242

◼ 62.6 ตร.ว. | 242 ตร.ม.
◼ 4 BED | 4 BATH | 3 PARKING

NORDIC 306

◼ 70.1 ตร.ว. | 306 ตร.ม.
◼ 4 BED | 4 BATH | 1 MAID | 2 PARKING

โดยรูปแบบบ้านใหม่นั้นจะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 242 และ 306 ตร.ว. ส่วนเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานของแบบบ้านใหม่นี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือการเป็นที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ทุก Generation ซึ่งการเลือกสรรบ้านที่สามารถรองรับความต้องการของคนในครอบครัวที่แตกต่างกันออกไปได้อย่างลงตัวนั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทุกครอบครัว และทางโครงการ “Nirvana BEYOND Rama 2” ก็เป็นอีกโครงการที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นเดียวกันครับ

บ้าน…
ที่ออกแบบด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดการใช้ชีวิต

นอกจากแบบบ้านเฟสใหม่ที่ทาง “Nirvana BEYOND Rama 2” ได้เปิดตัวไปนั้น ทางโครงการก็ยังมีแบบบ้านเดิมด้วยกันทั้งหมด 8 Type ซึ่งแต่ละ Type นั้นจะตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยที่ต่างกันออกไป ตัวดีไซน์มาในรูปแบบ Natural Modern โดยจะมีทั้งบ้านเดี่ยว 2 ชั้นและ 3 ชั้น ดังนี้ครับ

5 แบบบ้านเดี่ยว 3 ชั้น
ฟังก์ชันจัดเต็มทุกพื้นที่ใช้สอย

KEEN

◼ 50.8 ตร.ว. | 311 ตร.ม.
◼ 4 BED | 4 BATH | 3 PARKING

NICHE

◼ 50.5 ตร.ว. | 317 ตร.ม.
◼ 4 BED | 4 BATH | 2 PARKING

LIVE

◼ 61.3 ตร.ว. | 357 ตร.ม.
◼ 4 BED | 5 BATH | 3 PARKING

MOST

◼ 71.2 ตร.ว. | 418 ตร.ม.
◼ 4 BED | 5 BATH | 3 PARKING

PRIDE

◼ 89.3 ตร.ว. | 550 ตร.ม.
◼ 5 BED | 6 BATH | 3 PARKING

3 แบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น
ลงตัวทุกครอบครัว ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัย

SANE

◼ 52 ตร.ว. | 232 ตร.ม.
◼ 4 BED | 4 BATH | 2 PARKING

REACH

◼ 73 ตร.ว. | 289 ตร.ม.
◼ 4 BED | 4 BATH | 3 PARKING

QUEST

◼ 102 ตร.ว. | 365 ตร.ม.
◼ 4 BED | 5 BATH | 3 PARKING

แน่นอนว่ารูปแบบบ้านทางโครงการมีมาให้เลือกค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียวครับ ดังนั้นสำหรับคนที่สนใจอาจจะตัดสินใจยากว่าต้องเลือกแบบไหนถึงจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของตัวเองที่สุด และแบบบ้าน 2 ชั้นกับ 3 ชั้นนั้นต่างกันอย่างไรบ้าง เราลองมาเปรียบเทียบแบบบ้านทั้ง 2 แบบกันดูครับ

สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยก็คือเรื่องของพื้นที่ใช้สอยนั่นเองครับ โดยบ้าน 3 ชั้น จะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า ตั้งแต่ 311 – 550 ตร.ม. ดังนั้นเรื่องของการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยก็จะมีมากกว่า อีกทั้งยังลงตัวกับกลุ่มครอบครัวใหญ่ โดยแบบบ้าน 3 ชั้นเองก็มีรูปแบบให้เลือกมากถึง 5 แบบ ส่วนบ้าน 2 ชั้นจะมีเพียงแค่ 3 แบบเท่านั้น

แต่สำหรับคนที่ชอบบ้านแบบ Double Volume ตัวบ้าน 2 ชั้นก็ถือว่าตอบโจทย์มาก ด้วยรูปแบบบ้านที่ออกแบบมาให้โปร่ง โล่ง และอยู่สบาย แต่หากครอบครัวไหนที่เป็นสายกิจกรรม ซึ่งการมีพื้นที่ Courtyard กลางบ้านแบบบ้าน 3 ชั้นก็ถือว่าตอบโจทย์มากครับ

ส่วนบรรยากาศภายในตัวโครงการนั้นสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีตั้งแต่หน้าโครงการที่เป็น Double Gate Security แต่ยังมีเรื่องของพื้นที่สีเขียวที่แวดล้อมทั่วทั้งโครงการกว่า 5 ไร่ เรียกได้ว่าให้ความสงบและเป็นส่วนตัวมากเลยทีเดียวครับ

ได้รู้จักกับตัวโครงการ “Nirvana BEYOND Rama 2” กันมาแล้ว อีกสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่จะสามารถเข้ามา Support เหตุผลได้ว่าที่นี่คือโครงการที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ดีแค่ไหนนั้น ก็คือเรื่องของศักยภาพทำเลนั่นเองครับ เราลองไปเจาะลึกในส่วนของทำเลพระราม 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของตัวโครงการ “Nirvana BEYOND Rama 2” กันครับ

“Nirvana BEYOND Rama 2”
บนทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่พระราม 2 ใกล้ทุกจุดเชื่อมต่อ

เรียกได้ว่าเป็นอีกโครงการที่เข้ามาปักหมุดอยู่ในทำเลที่ดีมากสำหรับการอยู่อาศัย เพราะตัวโครงการ “Nirvana BEYOND Rama 2” อยู่ติดกับตัวถนนใหญ่พระราม 2 เลยครับ สะดวกในเรื่องของการเดินทาง และความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว ไม่ต้องเข้าซอย หรืออยู่บนถนนรอง

แต่หากเราลองย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 11 ปีที่แล้ว ต้องบอกว่าทำเล “พระราม 2” ในวันนั้นกับวันนี้ต่างไปจากเดิมเยอะมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องของความเจริญที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ศักยภาพของทำเลนั้นเป็นที่น่าจับตามองของเหล่า Developer เป็นอย่างมาก  จากย่านที่แต่เดิมเคยถูกมองว่าอยู่ห่างไกลความเจริญเพราะรถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง จนถึงวันนี้ที่แม้ว่าจะยังไม่มีรถไฟฟ้า แต่ทำเลพระราม 2 กลับเป็นทำเลที่ตอบโจทย์เรื่องของการเดินทางได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง

อีกจุดเด่นของทำเลพระราม 2 ก็คือการเป็นทำเลที่สามารถเชื่อมต่อในเรื่องของการเดินทางได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะอย่างที่เราทราบกับดีว่าพระราม 2 เป็นทำเลที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังอยุธยาเพื่อเดินทางเข้าสู่โซนอีสานได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การที่รถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงย่านพระราม 2 ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการเดินทาง แต่ในทางกลับกันนั้นในอนาคตย่านนี้จะมีทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รวมไปถึงมอเตอร์เวย์บางขุนเทียน – วังมะนาว, เส้นทางเชื่อมถนนเพชรเกษม – ถนนสุขสวัสดิ์, ทางด่วนดาวคะนอง – วงแหวนตะวันตก และสะพานพระราม 2 อีกด้วยครับ

นอกจากนี้แล้วยังมีในเรื่องของแหล่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้ทำเลพระราม 2 เป็นทำเลที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการอยู่อาศัยมากขึ้น เพราะมีทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Community Mall และร้านอีกอีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Central พระราม 2, THE BRIGHT พระราม 2, Bic – C พระราม 2, Tesco Lotus พระราม 2

นอกจากนี้แล้วในทำเลพระราม 2 ยังเป็นอีกทำเลที่มีตลาดใหญ่ๆ เป็นจำนวนมาก เป็นอีกสถานที่ที่รวมผู้คนหลากหลายไลฟ์สไตล์มาไว้ด้วยกัน ทั้งตลาดนัดกลางคืนและกลางวัน เรียกได้ว่าเปิดให้บริการกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตลาด Green Day, ตลาด Indy ดาวคะนอง, ตลาดเปิดท้าย Lotus พระราม 2 หรือตลาดมาวิน พระราม 2

การเดินทางที่สะดวกไปยัง 2 แหล่งงานขนาดใหญ่

อีกเหตุผลของการบอกว่าทำเลไหนเป็นทำเลน่าอยู่อาศัย หลายคนค่อนข้างให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Entrepreneur กับทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งงานที่สำคัญๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเดินทางไปย่าน CBD ของกรุงเทพได้ง่ายดาย อย่างทำเลพระราม 2 เองก็เป็นอีกทำเลที่มีบริษัทฯ ทั้งขนาดเล็ก กลาง และขนาดใหญ่อยู่ภายในย่านโดยกระจายตัวกันเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าถามหาแหล่งงานที่สำคัญคงต้องบอกว่าที่นี่อยู่ใกล้กับ 2 แหล่งงานสำคัญขนาดใหญ่อย่าง “นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร” และ “นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 30 กม. 

โดยข้อมูลจาก datawarehouse ในปี 2561 พบว่าเขตบางขุนเทียน แขวงแสมดำ มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ประมาณ 46 ที่ และรายได้เฉลี่ยของโรงงานในย่านนี้อยู่ที่ประมาณ 49,859,078 บาท/ปี คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเท่ากับมีรายได้เดือนละ 4,154,923 บาท/เดือน ดังนั้นไม่แปลกใจครับที่มีหลายโครงการเข้ามาปักหมุดอยู่ในทำเลพระราม 2 เป็นจำนวนมาก และมีอัตราที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี 

นอกจากนี้แล้วอีกฝั่งที่น่าสนใจก็คือโซนพระราม 3 ซึ่งเป็นอีกทำเลที่เชื่อมต่อกับทำเลพระราม 2 โดยใช้เวลาในการเดินทางด้วยทางด่วนเพียง 20 – 30 นาทีเท่านั้น ต้องยอมรับครับว่าพระราม 3 ในปัจจุบันกลายเป็นอีกทำเลที่แวดล้อมไปด้วยแหล่งงานที่สำคัญๆ เป็นจำนวนมาก และอีกจุดเด่นของที่นี่คือเชื่อมต่อทำเลสำคัญทั้งฝั่งสาทร หรือแม้แต่โซนพระราม 9 ได้สบายๆ ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า อย่างตอนนี้ที่มีโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก (สัญญาที่ 4) ที่จะทำการก่อสร้างงานเข็มฐานรากและเสาของโครงสร้างงานสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 กลายเป็นว่าการเดินทางตั้งแต่ฝั่งพระราม 2 มาจนถึงพระราม 3 และเชื่อมต่อไปยังย่านอื่นๆ ก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้น

และสำหรับใครที่สนใจโครงการ “Nirvana BEYOND Rama 2” สามารถแวะเข้าไปเยี่ยมชมโครงการจริงได้ทุกวันครับ ทางโครงการมีมาตรการรองรับความปลอดภัยสำหรับการแพร่ระบาดของ COVID – 19 อย่างเคร่งครัด 

หรือสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมสิทธิพิเศษได้ที่ >> คลิก

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *