สืบก่อนจอง พลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ

พลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ
Plum Condo Mix Chaengwattana

เปิดขายและพร้อมอยู่มาแล้วนะครับ 3 เฟส สำหรับโครงการพลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ คอนโดทำเลศักยภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง วันนี้พร้อมแล้วครับที่จะเปิดขายเฟส 4 ซึ่งโครงการนี้มาในชื่อใหม่ที่ว่า “พลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ” เพราะโครงการเขาบอกว่า เขามิกซ์ทุกอย่างไว้ที่นี่จริงๆ นอกจากนั้นยังเป็นเฟสที่ติดถนนและใกล้ถนนวิภาวดีที่สุด รวมไปถึงยังมีมี 7-11 ที่บอกได้ว่าใหญ่ที่สุดแห่งแรกบนถนนแจ้งวัฒนะอีก เรามาลองดูกันครับว่าโครงการนี้มีความน่าสนใจและแตกต่างจากเฟสก่อนๆ อย่างไรบ้าง?

ทำไม? ทำเล “แจ้งวัฒนะ” จึงน่าสนใจ

อย่างที่เราทราบกันดีครับ ว่าทำเล “แจ้งวัฒนะ” เป็นทำเลที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและความเจริญในเรืองของการคมนาคมก็เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ทำเล “แจ้งวัฒนะ” เป็นทำเลนึงที่มีศักยภาพสูงในเชิงที่พักอาศัย, สถานศึกษาชั้นนำ รวมไปถึงศูนย์กลางทางธุรกิจ อีกทั้งยังมีความได้เปรียบเรื่องของการเดินทาง แม้จะเป็นทำเลรอบนอก แต่ก็เชื่อมต่อใจกลางเมืองได้ดี จากเดิมที่ทำเลนี้จะมีเพียงแค่ที่อยู่อาศัยแนวราบ แต่ช่วงหลังๆ มาผมก็เห็นว่าที่พักอาศัยแนวสูง อย่างคอนโด ก็มากันเยอะ ยิ่งหลังๆ ที่มีรถไฟฟ้าสายสีชมพูสาย Interchange กับสายสีเขียวและสายสีแดงเข้มมาด้วย ยิ่งทำให้ทำเลนี้มีพลังในการดึงดูด Developer ให้มาลงทุนมากขึ้น ราคาคอนโดบนทำเลนี้ก็เป็นราคาที่สามารถจับต้องได้ และตอบโจย์ทั้งกลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัยจริง และกลุ่มนักลงทุนอีกด้วย ดังนั้น ผมจึงคิดว่า คอนโดบนทำเล “แจ้งวัฒนะ” มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะโครงการพลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ ที่ส่วนตัวผมมองว่า ทำเลของโครงการอยู่ใกล้เมืองและเดินทางสะดวกมากกว่าทำเลแจ้งวัฒนะทางที่ไปสะพานใหม่ หรือ ทางไปเมืองทองธานี และราคาก็ไม่แพง เริ่มตั้งแต่ล้านต้นๆ ไปถึงล้านกลางๆ  ซึ่งโครงการนี้มีมา 3 เฟสที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว และตอนนี้โครงการกำลังจะเปิดขายเฟสใหม่ ติดหน้าถนนและใกล้ถนนวิภาวดีที่สุด รวมไปถึงมีร้านค้าถึง 18 ร้านค้าอยู่ภายในโครงการ นั่นก็คือ โครงการ “พลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ” มาดูกันดีกว่าครับว่า “พลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ” นี้มีอะไรอีกบ้างที่น่าสนใจครับ

ทำเลศักยภาพ รถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้โทลล์เวย์

โครงการนี้ ส่วนตัวผมมองว่าที่ตั้งโครงการมีศักยภาพที่ดีครับ เพราะตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ถนนที่เชื่อมต่อเส้นทางเข้าสู่เมืองได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธิน ซึ่งโครงการนี้ใกล้ถนนวิภาวดีที่สุดจาก 4 เฟสและใกล้มากกว่าโครงการอื่นๆ โดยรอบ เพียง 700 เมตร และหากเลี้ยวซ้ายไปก็เจอทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ และในเวลาคับขันที่รถติดหนักมากๆ ก็สามารถเดินทางไปซอยลัดจากทางเข้าโครงการ (ซ.แจ้งวัฒนะ 1) ทะลุออกซ.วิภาวดีรังสิต 60,62 และ 64 รวมไปถึง ซ.พหลโยธิน 49/1 เพื่อหลีกเลี่ยงเวลารถติดได้ และในอนาคตเส้นทางนี้ยังมีรถไฟฟ้าถึง 3 สาย คือ สายสีชมพู (200 เมตร สถานีราชภัฏพระนคร), สีเขียว และสีแดงเข้มมาบรรจบกัน ที่สถานีหลักสี่ และ สถานีวัดพระศรีฯ ซึ่งเป็นสถานี Interchange ผมมองว่าจะสะดวกขึ้นและการระบายรถติดของทำเลตรงนี้ก็จะช่วยได้มากขึ้นด้วยครับ และหากจะถามถึงของกินหรือครับ? ผมว่าไม่มีอดแน่ๆ แค่ข้ามสะพานลอยจากโครงการไปก็เจอแล้วครับ ทั้งปังเว้ย…เฮ้ย, Max Value เปิด 24 ชม., อยากกาแฟก็มี Amazon Cafe’ และแมคโดนัลด์  แถมได้เดินออกกำลังกายเบาๆ ด้วยครับ นอกจากทำเลนี้ เดินทางสะดวก ของกินไม่มีอด ใกล้รถไฟฟ้าและดอนเมืองโทลล์เวย์ โครงการยังอยู่ใกล้มหาลัยราชฎัก แค่ 300 ม., ใกล้โรงพยาบาลวิภาวดี, ไอที สแควร์ หลักสี่ ห้างเก่าแก่ของคนทำเลนี้ รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อย่าง เซ็นทรัล รามอินทรา และเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และยังใกล้แหล่งงานที่เป็นหน่วยงานราชการ อย่าง ศูนย์ราชการ, กรมการกงสุล, ศาลปกครองสูงสุด, CAT และ TOT รวมไปถึง เมืองทองธานี ที่เป็นศูนย์รวม Community Mall, ศูนย์แสดงโชว์สินค้า ร้านค้าร้านอาหาร, โรงแรม, สนามฟุตบอล, โกคาร์ท และตลาดนัดใหญ่ครับ และวันไหนผมอยากพักร้อนไปเที่ยวต่างจังหวัดแต่ขี้เกียจขับรถไป ผมก็สามารถจะเดินทางไปด้วยเครื่องบินได้ครับ เพราะใกล้กับสนามบินดอนมือง เห็นไหมครับว่า ทำเลนี้ดีมีศักยภาพ เพราะมันครบครันครับ

คอนโดล้านปลาย ส่วนกลางครบ

เอาจริงๆ ตอนนี้ผมมองว่าส่วนกลางคอนโดที่ไหนก็เหมือนกัน แต่จะมีมากมีน้อยก็เท่านั้นแหละครับ แต่ส่วนใหญ่ที่จัดเต็มหน่อยก็จะเป็นคอนโดราคาแพงประมาณ 3-5 ล้านบาท  แต่ที่โครงการนี้ราคาประมาณ 1 ล้านกลางๆ ให้ส่วนกลางที่ครบและคุ้ม เพราะแบรนด์ของพลัมคอนโด เขาเน้นความคุ้มค่าให้ลูกค้าสูงสุดในราคาที่จับต้องได้ ส่วนกลางที่นี่มีอะไรบ้าง? ก็มีแบบทั่วไป เช่น  Lobby, Swimming Pool, Fitness แต่ส่วนกลางที่ผมว่าสนใจ คือ Games Room, Theater Room, Co-Working Space, Co-Kitchen ซึ่งส่วนใหญ่ส่วนกลางที่ผมพูดมานั้น ผมเห็นแค่คอนโด High Rise นะครับ ส่วนน้อยที่โครงการ Low Rise จะให้ส่วนกลางนี้ ฉะนั้น ก็ถือว่าโครงการนี้ให้ส่วนกลางที่ Support กับคนที่พักอาศัยในราคาที่จ่ายง่ายเหมือนกันครับ และนอกจากส่วนกลางที่มีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเพื่อตอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้าแล้ว ผมมองว่าโครงการยังเอา Community Mall เข้ามาเป็นจุดขาย โดยดึงร้านค้าถึง 18 ร้านค้ามาอยู่ภายในโครงการ (เฉพาะเฟสนี้) และมีแบรนด์ดังๆ อย่าง 7-11 และกาแฟ Amazon Cafe’ มาเป็นแม่เหล็กดึงดูดเพิ่มอีกด้วย ซึ่งผมก็มองว่า Community Mall ก็เป็นส่วนกลางนึงที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พักอาศัยเช่นกัน ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมของ Community Mall ผมขอพูดใน Content ต่อไปครับ

Community Mall และ 7-11 ที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกบนถนนแจ้งวัฒนะ

จากในอดีตเท่าที่ผมดูคอนโดมา โครงการแรกๆ ที่มีการดิลร้านค้า เช่น ร้านกาแฟดังๆ อย่างสตาร์บัคส์ หรือ Max Value เปิด 24 ชม. มาไว้ที่โครงการ จะเห็นว่าจะมีแค่โครงการราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป โดยเฉพาะโครงการของค่ายอนันดา และการยก Community Mall ร้านค้าต่างๆ เข้ามาที่โครงการก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้องมีการตกลงเรื่องของยอดขายและการประเมินศักยภาพของโครงการ ตอนแรกผมเลยไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ครับว่าโครงการพลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ จะมี Community Mall เป็นของตัวเอง และ แบรนด์ใหญ่อย่าง 7-11 กับ Amazon Cafe’ จะมาลงที่โครงการนี้ แสดงว่าแบรนด์เหล่านี้ต้องเห็นศักยภาพอะไรบางอย่างของโครงการ จนผมไปเห็นกับตาตัวเองที่โครงการครับ  เลยพอจะเดาว่าศักยภาพโครงการนี้ที่แบรนด์ดังอย่าง 7-11 และ Amazon Cafe’ มองเห็น น่าจะมี 2 ประเด็น คือ เรื่องของทำเล เพราะมีศักยภาพตามที่ผมกล่าวไปตั้งแต่แรก และข้อ 2 คือ โครงการนี้มีจำนวนยูนิตพักอาศัยเป็นพันกว่ายูนิต (เฉพาะเฟส 4) และยังเปิดให้ลูกค้าที่เป็นขาจรผ่านหน้าโครงการแวะเข้ามาซื้อได้ด้วย จึงไม่แปลกใจแล้วครับว่า แบรนด์อย่าง 7-11 และ Amazon Cafe’ เห็นอะไรในโครงการนี้แล้วจะมาลงทุน ผมขอเสริมเพิ่มเติมเรื่องร้านค้า Community Mall โครงการนี้ จะมีร้านค้า 18 ร้านค้า แต่หากรวมเฟส 3 ด้วยร้านค้าจะมีถึง 36 ร้านค้าภายในพื้นที่โครงการทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นคอนโดที่มีร้านค้ามากที่สุด และนอกจากนั้น 7-11 ของที่นี่ ก็มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นที่แรกบนเส้นถนนแจ้งวัฒนะ มีพื้นที่กว่า 400 ตร.เมตร อีกทั้งเซเว่นแห่งนี้ยังมีอาหารพร้อมปรุง พร้อมทาน และที่นั่งไว้สำหรับลูกค้าอีกด้วย เรียกว่า ไม่ต้องออกไปไหนแค่อยู่ในคอนโดนี้ก็อิ่มได้ครับ หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาที่ พลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ และร้าน Amazon Cafe’ ขวัญใจคนชอบดื่มกาแฟด้วย ไม่ต้องขับรถหาปั๊มหรือเดินข้ามฝั่งไปแล้วนะครับ ที่นี่ คือ จัดเต็มเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านจริงๆ ครับ ดังนั้น นี่คงเป็นอีกหนึ่งคำตอบนะครับว่าโครงการนี้มีความน่าสนใจแค่ไหนครับ เพราะหากโครงการไม่มีศักยภาพ ร้านค้าทีมีชื่อเสียงจะไม่เสี่ยงมาลงทุนแน่นอนครับ

Community mall ตอบโจทย์ลูกค้า จริงหรอ?

ใช่ครับ คำถามนี้ผมก็คิดเหมือนกัน ตอนที่ผมเห็นว่าโครงการนี้จะชูจุดขายตัวเองด้วย Community Mall แล้วมันตอบโจทย์ไหมนะสำหรับคนอยู่คอนโด แต่ผมก็กลับมาคิดอีกว่า เออปัจจุบันมีใครไลฟ์สไตล์แบบผมบ้าง คือ ขี้เกียจออกไปข้างนอก  ถ้าอาหารหรือของที่เราอยากได้มาเสิร์ฟถึงที่นอนได้เลยจะยิ่งดี แล้วสม้ยนี้อยากได้อะไรก็แค่ปลายนิ้ว คลิกสั่งของทางออนไลน์ก็มาส่งถึงห้องได้แบบง่ายๆ ถ้าถามว่า Community mall ร้านค้า ตอบโจทย์ลูกค้าภายในโครงการไหม อันนี้ส่วนตัวผมมองว่า เป็นสิ่งจำเป็นอย่างนึงครับ เพราะว่ามันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เรามากขึ้น คือ ไม่ต้องเสียเวลา เสียค่าเดินทาง ค่าน้ำมันในการขับรถไปซื้อของ แค่เดินลงมาจากโครงการก็เจอร้านค้าถึง 36 ร้านค้าแล้ว และหากเพื่อนจะมาคุยงานก็สามารถไปนั่งเล่นดื่มกาแฟที่ร้าน Amazon Cafe’ ได้แบบชิลล์ๆ ไม่ต้องรีบหรือเดินหาโต๊ะว่าง เหมือนเวลาที่ไปห้างสรรพสินค้าครับ  หรือเวลากลับมาดึกๆ แล้วหิว ก็แวะเซเว่น ทีมีขนาดใหญ่มากของโครงการ ซึ่งสินค้าก็มีครบทุกหมวดหมู่ให้ซื้อกันได้ 24 ชม. และยังมีอาหารที่เรียกได้ว่า พร้อมปรุง พร้อมทาน และมีที่นั่งบริการให้ทานอาหารแบบสะดวกสบายอีก เห็นไหมครับว่า การมี Community Mall ในโครงการมีข้อดี เพราะไลฟ์สไตล์ของเราที่เปลี่ยนไปทุกวัน จะเดินทางน้อยลง และต้องการที่อยู่อาศัยที่มีทุกอย่างครบ จบที่เดียวเหมือนเคาเตอร์เซอร์วิสนั่นแหละครับ ผมก็เลยมองว่าโครงการที่มี Community Mall จะเป็นข้อดีมากกว่าข้อเสีย และน่าจะตอบไลฟ์สไตล์ของคนอยู่อาศัยครับ

พลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ ต่างยังไงกับเฟสอื่นๆ?

ทุกคนก็คงทราบกันดีอยู่แล้วนะครับ ว่าโครงการพลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ บนพื้นที่ขนาดใหญ่ของค่ายพฤกษาฯ มีการแบ่งเฟสการขายถึง 4 เฟส ซึ่งปัจจุบันเปิดขายเฟส 1-3 และสร้างเสร็จพร้อมให้เข้าอยู่แล้ว และตอนนี้ก็มาถึงเฟสสุดท้าย เฟสที่ติดถนนใหญ่และใกล้ถนนวิภาวดีที่สุด อย่างโครงการพลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ โดยทุกเฟสก็มีจุดขายต่างกันไป เฟส 1-2 จะเน้นราคาถูก มีความเป็นส่วนตัว เพราะอยู่ด้านในสุด เฟส 3 เน้นขาย Community Mall 18 ร้านค้า และเป็นเฟสด้านหน้าโครงการติดถนนแจ้งวัฒนะ แล้วก็มีคำถามต่อว่า แล้วเฟสที่ 4 หล่ะ ต่างอย่างไงกับเฟส 1-3 มาดูกันครับว่าเฟสนี้ โครงการสร้างความต่างอย่างไรบ้าง เพื่อดึงดูดความสนใจกับลูกค้าครับ

👉 เป็นเฟสที่ติดถนนแจ้งวัฒนะ และใกล้ถนนวิภาวดีรังสิตที่สุด

👉 สระว่ายน้ำยาวขึ้น ยาว 50 เมตร

👉 อาคาร D มีสวนด้านบน จากเดิมมีแค่อาคาร C เท่านั้น

👉 โปรโมชั่น เครื่องปรับอากาศ (เฟส1-2 ไม่มี) และ Wall Paper

👉 Digital Door Lock ฟังก์ชั่นตั้งรหัส password ครับ ส่วนตัวผมมองว่าไม่ได้ตื่นเต้นมาก แต่โครงการราคา 1.xx ล้านบาท แล้วมีให้ก็ถือว่าคุ้มครับ

👉 ราคา Average เฟสนี้ประมาณ 7x,xxx – 8x,xxx บาท/ตร.ม.

👉 สามารถเลือกซื้อห้องแบบที่มีเฟอร์นิเจอร์ หรือไม่มีเฟอร์นิเจอร์ได้

      (อาคารที่มียูนิตพร้อมเฟอร์นิเจอร์ : อาคาร D และอาคาร E)

แบบห้องโครงการนี้เป็นยังไบ้าง?

โครงการพลัมคอนโด มิกซ์ แจ้งวัฒนะ รูปแบบห้องของที่นี่ จะมีทั้งหมด 3 รูปแบบ 1 ห้องนอน มี 3 ขนาด คือ  22.50 ตร.ม. และ 26 ตร.ม. 1 ห้องนอน Plus ขนาด 34.95 ตร.ม. (ห้องรูปแบบนี้ฟังก์ชั่นคล้าย 2 ห้องนอน เพียงแค่ว่าห้องนอนอาจจะมีพื้นที่เล็กไป บางคนเลยเอาห้องนี้มาทำเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆ แทน) และ 2 ห้องนอน เป็นห้องแบบ Combined ขนาด 45 ตร.ม. น้องที่พาชมโครงการบอกว่ามีห้องให้ผมดูแค่ 3 ขนาด คือ  22.50 ตร.ม., 26 ตร.ม.และ 45 ตร.ม. งั้นเรามาดูไปพร้อมๆ กันครับว่าแต่ละห้องมีรูปแบบ แบบไหนบ้าง มีอะไรน่าสนใจ และตอบโจทย์ใครบ้างครับ

ห้อง 22.50 ตร.ม. ตอบโจทย์คนทำงานที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิต

ห้องนี้ผมมองว่าเหมาะกับคนที่เคยเช่าอพาร์ทเม้นท์มาก่อน แล้วอยากขยับชีวิตให้ดีขึ้น เปลี่ยนเงินค่าเช่ามาจ่ายค่าห้องและมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ เหมาะกับนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในการทำกำไรในย่านนี้ด้วยทำเลที่เป็นแม่เหล็กแล้วมีศักยภาพอยู่แล้ว ส่วนรูปแบบห้องจริงๆ คือ จะเป็นห้องแบบสตูดิโอแต่ทางโครงการได้มีเพิ่มฉากกั้นห้อง ให้ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น เหมือน 1 ห้องนอน ซึ่งส่วนตัวผมตอนที่ดูห้องตัวอย่างห้องนี้ ผมมองว่ารูปแบบห้องมันดูกว้างดีครับ ผมชอบแบบนี้ เพราะสัดส่วนของห้องนอน ห้องนั่งเล่นจะมากกว่าพื้นที่ส่วนอื่น อย่างห้องน้ำและครัว ทำให้เราได้ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครบทุกฟังก์ชั่นของห้อง 

ห้อง 26.00 ตร.ม. ตอบโจทย์คนชอบพื้นที่ส่วนตัวในห้องนอน

ห้องนี้ตอนที่ผมเข้าไปดู ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นะครับ เพราะว่าส่วนของพื้นที่ห้องนั่งเล่นกับห้องครัวอยู่โซนเดียวกันและครัวก็เป็นแบบเปิด ซึ่งผมเป็นคนชอบทำครัวเลยมองว่าครัวเปิดคงไม่เหมาะกับผมเท่าไหร่ แต่ห้องนอนผมชอบนะครับ เพราะกั้นห้องเป็นสัดส่วนชัดเจน และมีความเป็นส่วนตัวดี เวลาเพื่อนมาหาก็ไม่ต้องเข้าไปถึงโซนห้องนอนเราแบบห้องแบบแรก แต่ห้องน้ำอยู่ในห้องนอน ข้อเสียคือเพื่อนต้องเข้าไปห้องนอนเรา บางคนอาจไม่ชอบครับ

ห้อง 45.00 ตร.ม. ตอบโจทย์คนเริ่มต้นชีวิตครอบครัว

ห้องนี้เป็นรูปแบบห้องที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ครัวครับ เพราะพื้นที่ครัวรวมไปถึงพื้นที่ทานอาหารมีพื้นที่ใหญ่ แต่ครัวเป็นแบบเปิด พื้นที่นั่งเล่นไม่ใหญ่มาก และแบ่งห้องนอนเป็นสัดส่วนได้ 2 ห้องนอน ห้องนอนรองพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ดังนั้น อาจจะนำไปทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นเพิ่มเติม หรือ เป็นห้องทำงาน ห้องคิดงานต่างๆ ได้ครับ ส่วนตัวห้องนี้ผมมองว่าเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัวหรือเพิ่งแต่งงาน และยังไม่มีลูกครับ

  โครงการนี้ควรลงทุนไหม?

ปัจจุบันคอนโดในทำเล “แจ้งวัฒนะ” Yield การปล่อยเช่าห้องจะอยู่ประมาณ 4-5% ในมุมมองส่วนตัวของผมก็ถือว่าดีใช้ได้ครับ ส่วนราคาขายก็ขึ้นไปทุกปี เพราะความคืบหน้าของรถไฟฟ้า ตอนนี้รถไฟฟ้าสายสีชมพูเริ่มมีการประมูลแล้ว ส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มและสีเขียว ไม่ต้องพูดถึงครับ สถานีเป็นรูปเป็นร่างชัดมากครับ เปิดให้บริการเมื่อไหร่ ผมมองว่าอีกหน่อยราคาตรงนี้ก็ขึ้นไปอีกครับ ดังนั้น ถ้าถามผมหรอว่ามันน่าลงทุนไหม? ผมบอกได้เลยครับว่า โครงการนี้น่าลงทุน เพราะทำเลมันดี มีศักยภาพจริงๆ ส่วนกลางก็มีครบในราคาที่ล้านกลาง ถึง ล้านปลาย รวมไปถึงการมี Community Mall ร้านค้าในโครงการอีก และโครงการนี้ตอบโจทย์ใคร ผมมองว่าตอบโจทย์คนที่จะซื้ออยู่เองหรือลงทุนปล่อยเช่า ขายต่อได้ เพราะผมเชื่อว่าโครงการนี้ราคาและค่าเช่ายังไปได้อีกเยอะครับ ทำเลก็อยากที่บอกคือมันใกล้เมืองเข้าออกง่ายด้วย แม้รถจะติดแต่ก็มีทางออกอื่นๆ ให้ใช้เส้นทางได้สะดวกครับ

…ดังนั้น ผมขอสรุปมุมมองนักสืบอสังหา อีกครั้งดังนี้ครับ….

ความเห็นในมุมนักสืบอสังหา

1.ทำเล :   ส่วนตัวผมมองว่า ทำเลนี้ผมชอบ เพราะมันมีศักยภาพและเห็นการพัฒนาความเจริญของทำเลนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะมันสะดวกตรงที่ขับรถไปแค่ 700 ม.ก็ถึงถนนวิภาวดี เพื่อมุ่งหน้าเข้าเมืองได้แล้ว หรือใกล้ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ เข้า-ออกเมืองง่ายอีก รวมไปถึงการที่ซอยที่ตั้งโครงการ สามารถทะลุลัดซอยอื่นได้ นี้ถือว่าดีเยี่ยมครับ เพราะเป็นตัวช่วยยามรถติดได้ดี และในอนาคตรถไฟฟ้ามาอีกตั้ง 3 สาย รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่รอบๆ โครงการที่มีแบบครบอีก ผมไม่อยากคิดต่อเลยครับว่าทำเลนี้อีกหน่อยราคาที่ดินและราคาขายคอนโดจะแพงไปถึง 100,000 บาท/ตร.ม. เหมือนห้าแยกลาดพร้าวหรือป่าว เพราะทำเลดี มีศักยภาพ ผ่านไปแต่ละปี ราคาขึ้นทุกปีครับ

2.ราคา : ราคาเริ่ม 1.39 ล้านบาท (ตารางเมตรละ 6x,000 บาท) นอกจาก LPN แล้วก็คงไม่มีใครทำราคาได้มิตรภาพแบบนี้หรอกครับ ราคาเฉลี่ยของโครงการนี้ เท่าที่ผมไปสืบมาจะอยู่ที่ 7x,xxx – 8x,xxx บาท/ตร.ม. ส่วนตัวผมมองว่า ราคาคุ้มไม่แพงมาก สามารถจับต้องและซื้อได้

3.ส่วนกลางและสเปกภายในห้อง : ส่วนกลางของที่นี่ ที่ผมประทับใจเลย คือ 7-11 และ Community Mall ที่ใหญ่และหลากหลาย โดยเฉพาะ 7-11 ที่มีขนาดใหญ่และมีบริการอาหารพร้อมปรุง พร้อมทาน มีที่นั่งให้บริการอย่างสะดวกสบาย นอกจากนั้นผมยังชอบฟังก์ชั่น อย่างห้องเกมส์, ห้องดูหนัง และ Co-Kitchen ที่เหมือนผมจะเห็นแค่คอนโดของแสนสิริอย่าง XT ที่มีการทำพื้นที่ส่วนกลางร่วมกันอย่างพื้นที่ครัว  ทำให้โครงการนี้ดูน่าสนใจมากขึ้นเพราะราคาถูกแต่มีส่วนกลางที่มีฟังกืชั่นดี ตอบโจทย์ลูกค้า ส่วนสเปกของโครงการผมเฉยๆ ครับ เพราะเป็นสเปกทั่วไปของแบรนด์พลัมคอนโด แต่สิ่งที่ต้องบอก คือ การโครงการก็พยายามสรรหานวัตกรรมหรือเพิ่มสเปกให้ลูกค้า ด้วยการใส่ Digital Door Lock เข้าไปให้ลูกค้าครับ

4.รูปแบบห้อง : ส่วนตัวชอบห้องรูปแบบ 22.50 ตร.ม. เพราะดูแล้วห้องดูกว้าง และแบ่งพื้นที่ได้ครบทุกฟังก์ชั่นการอยู่อาศัย แม้ว่าห้องครัวจะเป็นแบบเปิด แต่ถ้าผมหาบานเลื่อนสไลด์มากั้นตรงส่วนครัวก็ได้ครับ ส่วนห้อง 26 ตร.ม. จะเหมาะกับคนที่ต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวในห้องนอน และห้อง 45 ตร.ม. จะตอบโจทย์คนที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตครอบครัว

5.การลงทุน : เรื่องของการลงทุน สำหรับโครงการนี้ผมมองว่าตอบโจทย์ลูกค้าทั้งที่อยู่อาศัยเองและลงทุนครับ เพราะโครงการนี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้ออยู่เอง จะตอบโจทย์เรื่องของการเดินทางและความคุ้มค่า เนื่องจากทำเลดี มีศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้โทลล์เวย์, ราคาจับต้องได้ และส่วนกลางให้ครบ ส่วนในแง่ของการลงทุน Yield ค่าเช่าสำหรับโซนนี้จะอยู่ประมาณ 4-5% (ดูจากข้อมูลของ hipflat) ส่วนตัวผมมองว่าดีพอใช้ และผมมองว่าในอนาคต Yield จะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหากรถไฟฟ้าเปิดให้ใช้บริการครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *